วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2558

ราคารักฉัน


เพื่อนทั้งหลาย
จะมีความเจ็บปวดใดเทียมเทียบได้
กับความเจ็บปวดที่ถูกคนที่เรารัก เมินเฉย
เย็นชาใสเรา ไม่มีอีกแล้ว
ทั้งที่เราทุ่มเท ความรัก เฝ้าทนุถนอม
เหมือนไข่ในหินก็มิปาน

แต่ผลตอบรับที่ได้
เขากลับมองความรักความห่วงใยจากเรา เป็นสิ่งไร้สาระ
ความรักจากใจเรา
มันมีค่าเพียงแค่สิ่งรบกวน สิ่งกวนใจ ของเธอเท่านั้นเอง
ความเย็นชาเช่นนี้
มันเจ็บปวดยิ่งกว่าคมมีดมากรีดเฉือนเนื้อเสียอีก

เมื่อเธอตีค่ารักเราเป็นแค่ เม็ดกรวดทราย
ก็ไม่มีเหตุผลใดที่เราจะต้องฝืนทนอยู่อีกต่อไป
ให้เธอเหยียบย่ำ

ศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายยังมีค่า
ความรักของฉันยังมีความหมาย
ฉันคิดว่า น่าจะมีหลายนางต้องการมัน
ฉันจะเก็บรักนั้นไว้
สำหรับคนที่เห็นค่ามัน
ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาชี้หน้าด่าทอว่า
ฉันเป็นตัวรำคาญอีกต่อไป
ฉันจะปิดการติดต่อกับเธอทุกช่องทาง
ทั้งโทรศัพท์ ช่องทางสื่อสารอื่น และเมล์
ฉันจะยุติมัน
รวมทั้งฉันจะปิดประตูหัวใจ
ใส่กุญแจล็อคตายไว้
ไม่ให้เธอได้เดินเหยียบย่างเข้ามาทำร้ายจิตใจฉันได้อีก
รักของฉันนั้นมีค่า
ถ้าเธอเห็นว่าน่ารำคาญ

ฉันก็อยากฝากบอกกับเธอว่า
ถ้าเธอหวังแต่ได้
อีกหน่อยข้างกายเธอจะไม่เหลือใครอีกเลย
ถึงวันนั้นเธอจะคิดถึงฉัน
มองเห็นค่าความรักจากฉัน
ที่ฉันเคยมอบให้เธอ

ฉันรักเธอเสมอคนดี
แต่ความรักอันนั้น
เธอได้ทำลายมัน
เหยียบย่ำมัน
จนหมดค่า หมดความหมายเสียแล้ว
จากนี้ไป ฉันจะเก็บเศษรักที่เธอขว้างทิ้ง
รอเวลาให้มันสมานตัวกัน
ถึงแม้จะนานแสนนาน ฉันก็จะอดทน
เพื่อนำรักกลับมาสู่ใจฉันอีกครั้ง
และมอบมันไว้ กับคนที่เห็นค่ามัน
พร้อมจะดูแลมันตลอดไป
ฉันจะรอวันนั้น
แม้จะนานแสนนานก็ตาม




พยอมบ้านนา

สายัณห์ สัญญาขัร้อง

มิวสิควีดีโอโดย คุณ https://www.youtube.com/user/jan1981kora


วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2558

กว่าจะรู้เดียงสา

งานประพันธ์จาก กวีข้างถนน โดย กังวาล ทองเนตร สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์

เคยรู้ไหมว่า ในยามที่เรามีเงินในธนาคารไม่ถึงหมื่นบาท
มีเงินในกระเป๋า ไม่เกินพันบาท
แต่ ทำไมเวลานั้น ชีวิตของเรามีความสุขมากกว่า
ในเวลาที่เรามีเงินในธนาคารมากขึ้น รวมทั้งมีรถ มีบ้าน เสียอีก

ในยามยากจน เราเคยคิดว่า เราลำบาก เราขัดสน
แต่พอเวลาผ่านมา เราลองย้อนเข็มนาฬิกากลับไปดู
กลับกลายเป็นว่า ในเวลานั้น เรามีความสุขมากกว่า

มีเงินสิบบาท ยี่สิบบาท เราก็ไปเที่ยวไหนต่อไหนได้
หรือ ซื้อข้าวเหนียว หมูปิ้ง ไม้สองไม้ หรือลูกชิ้นปิ้ง ก็กินได้อย่างมีความสุข
ในยามที่เราปากกัด ตีนถีบ
มันก็มักจะเป็นช่วงที่ เราเองยังไม่มีความรับผิดชอบมากมายนัก
ไม่ต้องแบกภาระของผู้อื่น ไม่ต้องรับผิดชอบปากท้องของผู้อื่น
เราตัวคนเดียว
อยากไปไหนก็ไป
หิวก็กิน
เหนื่อยก็พัก
ไม่ต้องพิถีพิถัน หรือมีพิธีกรรมอะไร กับชีวิตเลย

ครั้นเรามีตัวเลขเงินในธนาคารมากขึ้น เวลาเรากลับน้อยลง
เวลาส่วนใหญ่เป็นของผู้อื่น แบกรับภาระของผู้อื่นมาใส่บ่าเอาไว้
จนหนักอึ้ง จนแทบหาเวลานั่งหายใจ แบบไม่มีใครรบกวนยากยิ่งนัก

เราเคยคิดว่า 
เงิน คือสิ่งที่เราขาด
เงิน คือสิ่งที่เราต้องการ
เงิน คือความสุข
เงิน คือความสำเร็จของชีวิต

เมื่อถึงเวลานี้แล้ว
เราสามารถพูดได้เลยว่า
เงินไม่ใช่ สิ่งที่ชีวิตเราต้องการที่สุด
เงินเป็นเพียงปัจจัย อำนวยความสะดวกให้เราเท่านั้นเอง
แต่เงิน ให้ความสุขที่เราเคยได้ตอนลำบาก กลับมาไม่ได้

เราเคยนอนตามเก้าอี้ ในสวนสาธารณะ
เคยนอนเกยหนุนตัก ใครบางคน
แม้ยามเรายาก เราลำบาก
เธอก็ไม่เคยถามหา ตัวเลขในธนาคาร
เราสามารถดื่มน้ำร่วมแก้วกันได้
เราสามารถกินข้าวเหนียวห่อเดียวกันได้ กินหมูปิ้งไม้เดียวกันได้

ในยามนี้ แม้เราสามารถซื้อหมูย่างกินเป็นตัวได้
แต่เราก็ไม่สามารถ ทำอย่างเดิมได้อีกแล้ว
กฎ ระเบียบ สายตาสังคม
เป็นเหมือน พันธนาการ ทางสังคม ที่กักขังเราเอาไว้
ความสุขที่แท้จริง ไม่ใช่เงิน
และเราก็ไม่จำเป็นต้องรู้จักกับทุกคนในโลกนี้
เราต้องการแค่ ใครซักคน ที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างเรา
และเดินไปด้วยกัน ทุกสถานการณ์ชีวิต
แม้มีเงินไม่มากมายนัก
เท่านั้นก็พอแล้ว
เรามักจะรู้ค่า
เรามักจะเห็นค่าอะไรบางอย่าง
ก็ต่อเมื่อ
เราได้สูญเสียมันไปแล้ว



เพลง กว่าจะรู้ว่ารัก
คำร้อง-ทำนอง โดย กังวาล ทองเนตร
ขับร้องโดย กังวาล ทองเนตร
ลิขสิทธิ์ของ กังวาล ทองเนตร เพียงผู้เดียว








วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

การแต่งงานคืออะไร



หลายคนมีคำถาม และมีคำตอบให้กับตัวเองว่า
การแต่งงานคืออะไร
บางคนตอบว่า คือความสำเร็จสูงสุดของชีวิตคู่
บางคนตอบว่าคือสิ่งยืนยันชีวิตรัก
บางคนก็ตอบว่า คือจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตคู่

การแต่งงาน
ถ้าตามความหมายของชาวบ้านทั่วไป
ก็จะหมายถึง การที่ชายหนุ่มหญิงสาว ตกลงใช้ชีวิตร่วมกัน
และมีพิธีกรรม คือพิธีแต่งงาน จัดขึ้นให้ผู้คนได้รับรู้ 
นั่นคือการแต่งงานตามความหมายชาวบ้าน

แต่ความหมายตามกฎหมาย การแต่งงานหมายถึง
การที่ชายหญิงที่มีคุณสมบัติครบตามกฎหมาย
 ยินยอมพร้อมใจ จดทะเบียนสมรส
ถูกต้องตามกฎหมาย และอยู่กินกันฉันสามีภรรยา

นี่คือความหมายตามกฎหมาย
คือกฎหมายไม่ได้ เรียกการจัดการแต่งงานว่า เป็นการแต่งงาน
แต่มองการนั้นเป็นเพียงพิธีกรรมเท่านั้น การแต่งงานที่แท้จริงตามกฎหมายคือ
การสร้างภาระผูกพัน ทางชีวิต และรับผิดชอบการกระทำนั้นร่วมกัน 
ไม่ว่าแง่ดีหรือไม่ดีที่จะเกิดขึ้นตามมา

และการแต่งงานนี้จะสิ้นสุดลงทันที เมื่อ ทั้งสองฝ่าย
จดทะเบียนหย่าร้างกัน

แต่ไม่ว่าความหมายของการแต่งงานจะเป็นเช่นไร
การแต่งงานนั้นก็มักจะถูกแบ่งออกได้สองลักษณะ
คือแบบนามธรรม หมายถึงความรู้สึก ความเชื่อ ความผูกพัน ความรัก
ซึ่งเป็นแรงผลักสำคัญ ที่ทำให้คนสองคนมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน

และแบบรูปธรรม 
หมายถึง พิธีกรรม การประพฤติปฏิบัติ ต่อกัน
การแสดงออก ทางร่างกาย หรือเรียกว่าภาษากายเป็นต้น

บางคนมองว่า การแต่งงาน
คือการมอบการถวายชีวิต ให้กันและกัน
บางคนก็บอก การแต่งงานคือเธอจะทำอย่างไรกับฉันก็ได้
 เพราะฉันเป็นของเธอแล้ว

บางคนก็บอกการแต่งงานหมายถึงการอนุญาตให้ฝ่ายชาย
ล่วงเกินฝ่ายหญิงได้โดยไม่มีขอบเขตจำกัด

การแต่งงานในทัศนะผม
คือการที่ชายหญิง
ที่ต่างที่มา ต่างการศึกษา
ต่างการอบรมเลี้ยงดู
ต่างฐานะ ต่างหน้าที่ การงาน
มีความรู้สึกดีดีให้กัน
และเชื่อใจกัน
ตกลงใช้ชีวิตคู่ อยู่ร่วมกัน สร้างฐานะครอบครัวร่วมกัน

มันไม่ได้หมายถึงการอนุญาตให้อีกฝ่ายละเมิดอีกฝ่ายได้อย่างแน่นอน
มันไม่ได้หมายถึง การยอมมอบการถวายชีวิตให้อีกฝ่ายอย่างแน่นอน

แม้จะมีการแต่งงานแล้ว แม้จะมีการใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว
ก็ไม่ได้หมายความว่า ความเป็นส่วนตัว 
หรือพื้นที่ส่วนตัว หรือสิทธิส่วนบุคคลของแต่ละฝ่ายจะหมด 
หรือหายไปตามการแต่งงาน

ทุกฝ่ายยังคงมีสิทธินั้นสมบูรณ์ตามกฎหมาย
แต่สิทธินั้นจะมีความยืดหยุ่นเป็นพิเศษ มากกว่ากรณีอื่นทั่วไป
การแต่งงานไม่ได้หมายถึง ใครเป็นของใคร
การแต่งงานไม่ได้หมายถึงใครต้องยอมใคร
แต่มันหมายถึงการที่ทั้งสองฝ่าย
ต้องปรับตัวเข้าหากันให้ได้มากที่สุดเท่านั้นเอง

บางคนก็บอกว่า การแต่งงาน ก็คือ การได้มีภาระเพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง
คือได้คนมาช่วยกินเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตัวสามีหรือภรรยาเอง
หรืออาจพ่วงรวมไปถึงญาติพี่น้องของทั้งสองฝ่ายอีกด้วย
ถ้านับตามนัยนี้ การแต่งงานยังหมายถึง การที่มีคนมาแย่งอากาศหายใจอีกด้วย
ยังหมายถึงมาสร้างอากาศให้เป็นพิษเพิ่มอีกด้วย

มาผายลมใส่ มาเพิ่มความเห็น
มาเป็นตัวขัดขวาง ขัดขา หรือสนับสนุนก็ได้
มาทำให้เราต้องซักเสื้อผ้า รีดเสื้อผ้า ทำอาหารเพิ่มขึ้น

ดังนั้นการแต่งงาน
มันจึงไม่ใช่ฉากรักในละครน้ำเน่า
 ที่ฝ่าฟันกันมาแล้วมาหวานชื่นตอนจบในพิธีแต่งงาน

แต่แท้จริงการแต่งงานมันเป็นเพียง
การรับเอาปัญหาของคนอื่นมาเพิ่ม
การแต่งงานมันเป็นเพียงการ
เริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน 
สร้างครอบครัวใหม่ด้วยกัน
จะสำเร็จหรือล้มเหลว
มันก็ขึ้นอยู่กับคนสองคนเป็นหลัก
และก็พร้อมที่จะคืนชีวิตให้แก่กัน
เมื่อเห็นว่ามันฝืนและไปต่อไม่ได้

การแต่งงานมันจึงไม่ใช่
ความสำเร็จในชีวิต แต่มันเป็นจุดเริ่มต้นการดำเนินชีวิต 
และสูญสิ้นซึ่งอิสระภาพส่วนตัวบางอย่างไปด้วย




โซ่รักขาดแล้ว

คำร้อง- ทำนอง กังวาล ทองเนตร
ขับร้อง โดย กังวาล ทองเนตร
ลิขสิทธิ์และเจ้าของ โดย กังวาล ทองเนตร



วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ก็แค่ชีวิต


บางครั้งชีวิตคนเรา ก็เป็นสิ่งที่เข้าใจยาก
บางครั้งก็ดูสับสน ซ่อนเงื่อน
บางครั้งก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไร
มากมายความรู้สึก ที่แฝงอยู่ในตัวคนเรา
บางครั้งก็มีเหตุผล บางครั้งก็ไร้ซึ่งเหตุผล
บางครั้งก็ดูเข้มแข็ง แข็งแกร่งดุจหินผา
บางครั้งสองแก้มก็อาบไปด้วยน้ำตา
เหมือนกับเด็กยังไม่หย่านม

หลายวันอารมณ์ก็ดูสดใส
อยากท่องไปอย่างเสรีในโลกกว้าง
มองเห็นพบเจอสิ่งใด ล้วนแต่มีความสุข
บางครั้งโลกทั้งใบก็กลายเป็นนรก
มีแต่สิ่งขวางหูขวางตา ฉาบเคลือบไปด้วยมายาคติ
ซึ่งมันยากเกินกว่าจะเข้าใจ
บางครั้งเราคิดว่า เราเชี่ยวชาญ เรารู้จักชีวิต
และสัมผัสโลกนี้ได้ดีพอ

แต่บางครั้งก็ทำให้เราได้รู้สึกว่า เรายังอ่อนหัด
ด้อยประสบการณ์ ไร้เดียงสา สำหรับการเรียนรู้ชีวิต
เรายังอยู่ไกลเกินกว่า คำว่า เชี่ยวชาญ
ยิ่งเราพบเจอกับสิ่งใหม่ๆ มากขึ้นเท่าใด
เรายิ่งรู้สึกว่า เรายังด้อยเสียเหลือเกิน
หรือชีวิตก็เป็นอย่างนี้เอง

เราเองต่างหากที่ไม่พยายาม เข้าใจ และเรียนรู้ที่จะใช้มัน
เราเองต่างหากใช่หรือไม่ที่พยายามที่จะหนีมัน และมีอิทธิพลเหนือมัน
ทั้งที่ในความเป็นจริง เราควบคุม หรือบงการอะไรมันไม่ได้เลย
แม้เพียงน้ำตาที่รินหยด หลั่งรดอาบสองแก้ม
เรายังไม่สามารถที่จะหยุดไม่ให้มันไหลออกมาได้เลย
ไม่มีใครรู้จักชีวิตและโลกนี้ได้ดีพอหรอก
ไม่มีใครควบคุมสิ่งเหล่านี้ได้ ผู้เชี่ยวชาญมากมาย
สิ้นลมหายใจไปพร้อมด้วยน้ำตา แห่งความเศร้าโศกและผิดหวังในชีวิต

แล้วเราเป็นใคร
เราก็เป็นเพียง ส่วนหนึ่ง ในวงโคจรของสิ่งมีชีวิต ในโลกใบนี้เท่านั้น
ที่ต้องดำเนินชีวิตให้เป็นไป ตามวัฎจักร ตามวงจรของมัน
และจากไปตามเวลาของมัน เราไม่สามารถ ควบคุมหรือกำหนดอะไรมันได้เลย
แม้แต่ ลมหายใจสุดท้าย ของตัวเราเอง 
เพราะชีวิตเราคือส่วนประกอบหนึ่งบนโลกใบนี้เท่านั้น

ลังเล

รัก

เพ้อ

คึกคัก

ท้อ

ทรมาน

สิ้นหวัง

เยียวยา