วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ความโลภความหลง

การหลงผิด
การหลงผิดเป็นมิจฉาทิฐิในใจอีกอย่างหนึ่ง

ขาวกับดำ เป็นเพื่อนรักกัน
เมื่อครั้งยังมีชีวิต ขาวเฝ้าพรากเพียรสร้างคุณงามความดี
เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ จุนเจือสังคม 
ช่วยเหลือเพื่อนสัตว์โลกที่ตกทุกข์ได้ยากมาตลอดชีวิตเขา
ส่วนดำเป็นคนเห็นแก่ตัว
ชอบเอารัดเอาเปรียบ กินสินบาท ฟาดสินบน คดในข้อ งอในกระดูก
เอารัดเอาเปรียบทุกอย่างที่มองเห็นว่าตนเองมีทางได้

เมื่อทั้งสองตายไป
ขาวไปเกิดเป็นเทวดา
ดำไปเกิดเป็นหนอนในบ่อขี้

วันหนึ่งเทวดาขาวนึกถึงเพื่อนที่ชื่อดำ
และก็เห็นเพื่อนกำลังตกทุกข์ได้ยากเป็นหนอนในบ่อขี้
จึงเนรมิตรตนเองไปที่บ่อขี้หวังจะช่วยเพื่อนรัก ให้พ้นทุกข์
เมื่อไปถึง เทวดาขาวจึงตะโกนเรียกชือดำเพื่อนรัก
หนอนดำได้ยินเสียงเรียกจึงถามไปว่า ใครมาเรียกข้า
เทวดาขาวตอบว่า เราเองขาว เพื่อนของเองยังไงจำได้ไหม
หนอนดำตอบว่าจำได้ แล้วถามกลับว่าเป็นอย่างไรบ้างสบายดีไหม
เทวดาขาวตอบว่าเราสบายดี ตอนนี้เราเป็นเทวดา อยู่บนทิพย์วิมาน
หวังจะมาช่วยเพื่อนให้พ้นทุกข์ ไปเป็นเทวดากับเรา

หนอนดำถามว่า
เป็นเทวดามันดียังไง

เทวดาขาวตอบว่าเป็นเทวดาทุกอย่างเป็นทิพย์ อิ่มทิพย์ 
เวลาอยากกินอาหารเราก็แค่นึกถึง แค่นี้ก็อิ่มแล้ว

หนอนดำตอบกลับว่า
ถ้าอย่างนั้นเราไม่ไปเป็นหรอกเทวดา
เวลาจะกินอาหารยังต้องเสียเวลามานั่งนึกถึงอาหาร
เราเป็นหนอนในบ่อขี้ ไม่ต้องนึก แค่อ้าปากขี้ก็ไหลเข้าปากจนเต็มท้องแล้ว
ทำไมเพื่อนไม่มาเป็นหนอนในบ่อขี้กับเรา ที่นี่ดีที่สุดแล้ว

เมื่อเทวดาขาวเห็นดังนั้นจึงได้ปลงสังเวช เหาะกลับยังทิพย์วิมานของตนเองทันที



ขอบคุณภาพประกอบทุกภาพจากเพื่อนบล็อกเกอร์

อิจฉาริษยา






ความอิจฉาริษยา


ความริษยา คือ อคติ ที่เกิดขึ้นภายในใจของมนุษย์ ที่ไม่ยินดี กับการที่เห็นคนอื่นได้ดี

ริษยานี้เปรียบเสมือนสนิมเหล็ก ที่เกิดขึ้นภายในใจ

คอยเกาะกัดกินจิตใจฝ่ายดี ให้ตกต่ำและหมดไปจากใจของตนเอง

เปรียบเหมือนดินอยู่สองก้อนที่มาจากบ่อดินเดียวกัน

ก้อนหนึ่งถูกนำไปสร้างเป็น ก้อนอิฐ และถูกนำไปสร้างบนยอดเจดีย์ให้คนเคารพกราบไหว้

ส่วนอีกก้อนถูกนำไปทำเป็นอิฐปูพื้นให้คนเหยียบย่ำ

อิฐก้อนที่ถูกปูพื้น เฝ้าแต่พร่ำบ่นว่า ไอ้อิฐก้อนบนยอดเจดีย์มันคือดินเหมือนกู มาจากบ่อดินเดียวกันกับกู



คนที่พัฒนาตนเองแล้วจนได้รับการยอมรับนับถือจากสังคม

ได้รับการเคารพนบไหว้จากคนทั่วไป ก็เปรียบเหมือนอิฐก้อนที่อยู่บนยอดเจดีย์

ส่วนคนที่ไม่รู้จักพัฒนาตนเอง ไม่แสวงหาความรู้ความก้าวหน้ามาสู่ตนเอง

เมื่อเติบโตก็เป็นคนที่ไม่สามารถเลี้ยงดูตนเองและนำความเจริญมาสู่ครอบครัวได้

ไม่สามารถดูแลผู้อื่นและสังคมได้

คอยแต่อิจฉาตาร้อนเมื่อเห็นคนอื่นเขาได้ดี

แทนที่จะอ่อนน้อมสอบถามวิธีการที่ทำให้เขาได้ดี

สอบถามหนทาง ช่องทาง จากเขา เรียนรู้จากเขา เพื่อนำมาพัฒนาตนเอง

กลับเสียเวลาไปกับการอิจฉาริษยา จนกลายเป็นขอนไม้ผุ เป็นอาหารของ ปลวก มอด

กลายเป็นหมาหางด้วน ที่เฝ้าพร่ำให้คนอื่นเขาตัดหางเหมือนตนเอง

แทนที่จะยกตัวเองให้สูงขึ้นตามเขากลับชักชวนผู้คนให้เดินทางต่ำเหมือนตนเอง

คนเช่นนี้ จึงไม่ต่างอะไร กับเศษไม้ขอนไม้ผุ ที่ไม่สามารถนำไปสร้างบ้านเรือนได้เลย


แม้สองคนจะเกิดจาก ที่เดียวกัน

แต่การพัฒนาตนเองที่แตกต่างกัน

ก็สามารถยกระดับตนเองไปสู่ที่สูงได้ และได้รับเกียรติ

ได้รับการยกย่องจากสังคมนั้นๆได้ เหมือนดังเช่นกับ อิฐ สองก้อนนี้


กังวาล ทองเนตร











ขอบคุณภาพจากเว็บที่ปรากฎชื่อ

คนกับนม





น้ำนมจากอกแม่เป็นสิ่งที่มีประโยชน์และคุณค่าสูงสุดสำหรับมนุษย์

นอกจากจะทำให้อิ่มท้อง ทำให้เติบโตแล้ว ยังช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันได้อีกด้วย

สัตวเลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆก็เช่นกัน
ต่างต้องการที่จะให้สิ่งที่มีค่าจากอกนี้ให้กับลูกน้อยของตัวเอง
แต่ที่น่าสังเกตก็คือ เมื่อสัตว์มันถึงเวลาต้องหย่านมแล้ว
ตลอดชีวิตมันไม่เคยหวนกลับไปดูดนมอีกเลย









แต่มนุษย์ แม้จะหย่านมแล้ว โตแล้ว ก็ยังก้าวไม่ข้ามนมซักที
ยังใฝ่ฝันถวิลหา อยากกินนมอยู่เหมือนเดิม
หรือมนุษย์มันติดนม หรือไม่รู้จักโตกันแน่
สารพัดนมสัตว์ต่างๆจึงถูกป้อนเข้าตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์


แก่แล้วยังอยากดูด ดื่มนม โดยเฉพาะมนุษย์เพศผู้ แม้จะรู้ว่ามันไม่มีน้ำนมให้ดื่มกิน
มันก็ยังต้องการดูด เลียกินน้ำลายตัวเอง โดยหาได้มีอะไรตกลงท้องไม่





เหมือนหมาแทะกระดูกชิ้นใหญ่
แท้จริงมันหาได้เศษกระดูกนั้นตกลงไปในท้องแม้น้อยนิด
คงมีแต่น้ำลายของมันเองที่มันดูดกินเข้าไป
แต่ทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่สามารถจะกินกระดูกนั้นเข้าไปได้
มันก็พอใจที่จะครอบครองกระดูกชิ้นโตนั้นไว้
เป็นหมาหวงกระดูก แม้เพียงได้สัมผัสก็ยังดี
คนที่หย่านมกลับมาดูดนมมันก็ไม่ต่างอะไรกับหมาแทะกระดูก
ที่ได้รสชาติเพียงน้ำลายตัวเองที่ดูดเลียกลืนกินเข้าไปเท่านั้นเอง

คุณค่าของหญิงสาว






ผู้หญิงในวัยเด็กจะกำหนด สเป๊กซ์ของชายที่จะมาร่วมชีวิตไว้สูงมาก

คนที่จะมาเป็นคู่ฉันต้องมีเงินมีงานทำดีๆมีฐานะทางสังคม

มีชื่อเสียง มีการศึกษา มีชาติตระกูล และต้องขับรถยุโรปด้วย






พออายุย่างเข้า 20ปี สเป๊กซ์ผู้ชายของเธอก็เริ่มลดลง
ขอแค่มีงานทำ เป็นหลักแหล่ง ไม่ต้องร่ำรวยก็ได้
แค่ขับรถญี่ปุ่นมาด้วยก็พอ










เมื่ออายุเริ่มย่าง 30ปี
เธอก็จะกำหนดสเป๊กซ์ผู้ชายในดวงใจใหม่ว่า
ไม่ต้องมีรถยนต์ขับก็ได้ แค่มีมอเตอร์ไซค์ซักคนก็พอ
งานรับจ้างทั่วไป หรือขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ได้












พออายุย่างเข้า 40 ปี
ผู้ชายในดวงใจของเธอเวลานี้
ขอแค่ปั่นจักรยานมาให้เห็นหน้าได้แต่ละวันก็พอ
งานทำไม่ต้องมีก็ได้ มาช่วยกันทำมาหากินแถวบ้าน
เก็บผักหักฟืนอยู่กินกันไปก็พอแล้ว









พออายุย่าง 50 ปี
ผู้ชายในดวงใจเธอเวลานี้
ขอแค่มีเงินค่ารถเมล์มาหามาเยี่ยม ยามเจ็บป่วยไข้ คอยป้อนน้ำ หยูกยา ก็พอแล้ว



พออายุเริ่ม 60 ปี

เธอก็จะตั้งสเป๊กซ์ไว้แค่มีแขนมีขา
ผ้าขาวม้าผูกเอว ก็เดินมาเถอะ
มาคอยตะบันหมากินกันยามบั้นปลายชีวิต พอได้พูดได้คุยแก้เหงา


  • อะไรทีทำให้คุณค่าของผู้หญิงลดฮวบลงตามตัวเลขอายุถึงเพียงนั้น
คุณค่าความเป็นคนของเธอเสื่อม ก็ไม่ใช่
แต่การที่เราคาดหวังจากสิ่งที่มีในตัวเราไปเทียบกับทรัพย์ภายนอก
มันทำให้เราตีราคาตัวเองตามทรัพย์ภายนอก
พอตัวเราเองมีอายุสูงวัยขึ้นจึงคิดว่าตัวเอง หมดค่า หมดราคา
ยังไงก็ได้ ซึ่งเป็นการคิดที่ผิด
คุณค่าของคนไม่ได้เสื่อมลงตามอายุ
ความเป็นคนความดี ไม่ได้เสื่อมตามอายุ
ทรัพย์ที่มีอยู่ภายในคือจิตใจ
สูงค่ายิ่งกว่าทรัพย์ภายนอกทั้งปวง
จงเห็นคุณค่าของตัวเอง
เพราะทรัพย์ภายในมันเสื่อมสภาพไม่เป็น แม้ตัวเราจะตาย มันยังคงอยู่
และถูกกล่าวขวัญถึงไปชั่วลูกชั่วหลาน




คุณค่าวัดที่จิตใจ