วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2556

มนุษย์


มนุษย์ 



สารพัน แต่ละวัน ชีวิตคน

สาละวน วุ่นวาย น่าหน่ายนัก

สารพัด สารเพ เรื่องเบาหนัก

เรื่องอกหัก หลักร้าว หรือเหงาใจ

สารพัน ปัญหา มารุมเร้า

สารพัด เรื่องเศร้า เราหมองไหม้

สารพัน ปัญหา ถาโถมใจ

เหมือนดั่งไฟ สุมไหม้ ในใจเรา

มนุษย์เรา เกิดมา ก็เท่านี้

สุขก็มี ทุกข์ก็มี คดีเก่า

มีชีวิต มีปัญหา มานานเนา

อย่าเก็บเอา มาเป็น เรื่องบั่นใจ

ไม่มีใคร ไม่เคย มีปัญหา

ทุกชีวิต เกิดมา หาเลี่ยงได้

จะรวยล้น จนกรอบ สักเท่าใด

อยู่ค้ำฟ้า ไปได้ หาไม่มี



สิ้นหวัง สายัณห์ สัญญา ขับร้อง น้องก้องทำ



วันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ความเหมือนที่แตกต่าง




ท่านทั้งหลาย ในชีวิตของผม ได้มีโอกาสพบปะ รู้จักกับคนมามากหน้าหลายตา
ได้เห็นผู้คนมากมายหลากหลายอาชีพ มีความเป็นอยู่แตกต่างกันไปตามฐานะทางสังคม


  • ครอบครัวพ่อค้าที่มีกิจการไม่ใหญ่นัก

วันหนึ่ง ขณะที่พ่อกำลังวุ่นวายอยู่กับการจัดของเพื่อจะไปส่งลูกค้า

ลูกชายก็กลับจากเลิกเรียน

สวัสดีครับป๊าลูกชายสวัสดีผู้เป็นพ่อ

แล้วก็พูดต่อว่า วันนี้ผมเห็นรองเท้ายี่ห้อดัง ออกรุ่นใหม่ สวยมาก

ผมอยากได้ ป๊าซื้อให้หน่อยนะ

อะไรอาตี๋ อั๊วเพิ่งจะซื้อให้ลืีอไม่ใช่หรือ มันยังไม่ขาดก็ใส่ไปก่อนซี้ (พ่อบอก )

ก็ใช่ครับป๊า แต่เพื่อนที่โรงเรียน เขามีรุ่นใหม่ใส่กันทั้งนั้น ผมไม่มีอยู่คนเดียว อายเขา
ป๊าต้องซื้อให้นะ 3 พันเอง ( ลูกบอก )

เออน่า วันนี้อั๊วยุ่งๆอยู่เอาไว้พรุ่งนี้แล้วกัน เดี๋ยวอั๊วซื้อให้

แต่ลื๊อต้องมาช่วยอั๊วจัดของไปส่งลูกค้าก่อน


( พ่อบอกพร้อมให้รอพรุ่งนี้ )



  • ครอบครัวข้าราชการระดับล่าง
หลังจากพ่อเลิกงานกลับบ้านกำลังจะกินข้าวกัน
ลูกชายก็พูดขึ้นว่า
พ่อครับ

รองเท้านักเรียนของผมที่พ่อซื้อให้มันขาดจนนิ้วผมโผล่ออกมาให้เห็นแล้วนะครับพ่อ

ผมโดนเพื่อนที่โรงเรียนล้อทุกวัน ผมอายเพื่อนนะครับพ่อ

พ่อช่วยซื้อให้ผมใหม่ด้วยนะครับ (ลูกชายร้องขอ )

ลูกเอ๊ย

พ่อเห็น พ่อเห็นตั้งแต่นิ้วก้อยของลูกมันโผล่ออกมาทีละข้าง แล้วก็นิวนาง นิ้วกลาง นิ้วชี้ โผล่ออกมาพ่อก็เห็นมาตลอด

ลูกรู้ไหมว่านิ้วลุกที่โผล่ออกมา มันเหมือนมีดกรีดแทงหัวใจพ่อ

นิ้วลุกโผล่ออกมานิ้วนึง พ่อก็เจ็บแป๊บที่หัวใจครั้งนึง

สิบนิ้วของลูกที่โผล่ออกมา ทำให้น้ำตาพ่อต้องไหลออกมาถึงสิบครั้ง

พ่อเห็นใจ และเข้าใจลูก แต่พ่อเป็นข้าราชการตอนนี้ยังกลางเดือนอยู่เลย

พ่อตั้งใจว่า สิ้นเดือนนี้เงินเดือนพ่อออก พ่อจะซื้อให้นะลูกนะ

( ครอบครัวข้าราชการชั้นผู้น้อยนัดลูกสิ้นเดือน )

รองเท้าลูกข้าราชการชั้นผู้น้อย


ครอบครัวชาวนา


ขณะที่พ่อกับแม่กำลังง่วนอยู่กับงานนา

ลูกชายที่เพิ่งเลิกเรียนก็วิ่งเข้าไปหาพ่อพร้อมพูดกับพ่อว่า

พ่อครับ

วันนี้ระหว่างทางเดินไปโรงเรียนผมเหยียบหนามจนเท้าผมเลือดไหล

ผมเจ็บมาก นี่ถ้าผมมีรองเท้าใส่ก็คงจะดีนะพ่อ

เพื่อนๆผมที่โรงเรียนเขามีรองเท้าใส่กันทุกคน

ผมอายเพื่อนที่โดนเพื่อนล้อทุกวัน

ผมอยากมีรองเท้าใส่กับเขาบ้าง

พ่อช่วยซื้อรองเท้าให้ผมสักคู่ได้ไหมครับ

ผมอยากมีรองเท้าใส่ไปโรงเรียนนะครับพ่อ ( ลุกชายชาวนาร้องขอจากพ่อ )


ลูกรัก

ใจของพ่อมันเจ็บปวดยิ่งนักเมื่อได้ยินลูกพูดว่าฝ่าเท้าน้อยๆของลูกโดนหนามทิ่มแทง

ทุกครั้งที่พ่อเห็นลูกของพ่อไปโรงเรียนพ่อมองดูด้วยความขมขื่นเจ็บปวดหัวใจ

วันไหนที่แดดจ้าๆดินที่เป็นทรายก็ร้อนระอุ

เท้าน้อยๆของเจ้าก็คงเหยียบย่ำลงไปที่ทรายร้อนๆนั้น

วันไหนฝนตกเท้าน้อยของเจ้าก็คงย่ำอยู่กับขี้โคลน

ย่ำหัวขี้แป้ จนเฉอะแฉะ และพ่อก็กลัวลูกของพ่อไม่สบาย

กลัวติดเชื้อโรค ทั้งฉี่หนู โรคพยาธิ ชอนไชเข้าไปในตัวลูก

เอางี้นะลูกนะ

ลูกมองดูข้าวในนาเรา

ลูกเห็นไหม ปีนี้ข้าวในนาเรามันเขียวขจี งอกงามดีเหลือเกิน

พ่อคิดว่าขายข้าวได้ ปีนี้พ่อจะซื้อรองเท้าคู่ใหม่

ให้ลูกของพ่อได้ใส่อย่างแน่นอน

รอปีใหม่นะลูกนะ
(ครอบครัวชาวนานัดลูกปีใหม่ )


ลูกชาวนา




เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จสรรพ

ผู้เป็นพ่อบอกลูกก่อนไปโรงเรียนว่า

ลูกรักวันนี้พ่อจะนำข้าวของเราไปขายที่โรงสีในเมือง

เดี๋ยวลูกเลิกเรียนกลับมาวันนี้ลูกของพ่อจะได้เห็นรองเท้าคู่ใหม่ของลูกนะลูกนะ

ผู้เป็นพ่อบอกลูกด้วยความมั่นใจ


ส่วนผู้เป็นลูกก็แสนดีใจจะได้ใส่รองเท้ากับเขาเสียที
ไปถึงโรงเรียนลูกชาวชาวนาก็พร่ำว่าวันนี้พ่อจะซื้อรองเท้ามาให้
พรุ่งนี้ให้เพื่อนคอยดู เขาจะใส่รองเท้าใหม่มาอวดเพื่อนมาให้เพื่อนได้ดูกัน และเขาจะไม่เดินเท้าเปล่ามาโรงเรียนอีกแล้ว





พอได้เวลาเลิกเรียนลูกชายชาวนาก็รีบวิ่งกลับบ้านด้วยความหวังว่า
จะได้เห็นรองเท้าคู่ใหม่ที่พ่อของเขาซื้อมาให้
พอมาถึงบ้านเขาก็ร้องถามพ่อว่า

พ่อครับพ่อ

รองเท้าใหม่ผมอยู่ที่ไหนครับ

ผมอยากลองใส่ดูว่ามันจะเป็นอย่างไร

ผู้เป็นพ่อเดินเข้ามสวมกอดลูกพร้อมกับบอกลูกชายของเขาว่า

ลูกรักพ่อต้องขอโทษลูกด้วยนะที่พ่อไม่ได้ซื้อรองเท้ามาให้ลูก

หลังจากที่พ่อนำข้าวไปขายนายทุนเขาหักกลบลบหนี้เก่าที่พ่อยืมเขามา

หนี้เก่าก็หมดพอดี แต่เงินพ่อที่ขายข้าวเขาให้มาแค่ 80 บาท

มันไม่พอซื้อรองเท้าให้ลูกของพ่อได้

พ่อเลยซื้อปลาทูมาเข่งนึง กับเงาะมาโลนึง

ไปกินข้าว กินเงาะก่อนนะลูกนะ

ปีนี้เราไม่มีหนี้แล้ว

ปีหน้าถ้าฟ้าฝนเป็นใจ

พ่อมั่นใจว่าลูกต้องได้รองเท้าคู่ใหม่มาใส่อย่างแน่นอน


รอปีหน้านะลูกนะ



( ครอบครัวชาวนานัดลูกชายปีหน้า )





  • ท่านทั้งหลายนี่คือความจริง นี่คือความเหมือนที่แตกต่างกันในรายละเอียดเล็กน้อย
ลุกพ่อค้าก็อดทนรอเพียงวันเดียว

ในขณะที่ลูกข้าราชการชั้นผู้น้อยใช้เวลารอรองเท้าถึง หนึ่งเดือน

ส่วนลูกชาวนาต้องใช้เวลารอไปอีกหนึ่งปีด้วยความหวังที่ฝากไว้กับดินฟ้าอากาศ

นี่จึงเป็นหน้าที่ของชนชั้นปกครองที่จะดูแล

ลดช่องว่างทางสังคมลง

เติมเต็มโอกาสทุกช่องทางให้กับสังคม

เพื่อที่จะให้สมาชิกของสังคมได้แสวงหา

หยิบฉวยเอาไปใช้ประโยชน์แก่ตนเองและครอบครัวให้ได้





เพลงชีวิตชาวนา คำร้องทำนองและขับร้องโดย กังวาล ทองเนตร

ขอบคุณอาจารย์ สุเทพ อัตถากร อดีตรัฐมนตรีทบวงมหาวิทยาลัย ที่อบรมสั่งสอน
กังวาล ทองเนตร

วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ปล่อยวาง



ปล่อยวาง

มีชีวิต จึงต้อง  มีปัญหา
ชีวิตเรา  เกิดมา  หนีไม่พ้น
จะสูงต่ำ ดำขาว เป็นเจ้าคน
หนีไม่พ้น  ปัญหา มาโรมรัน
ไม่มีใคร สมใจ  ได้ทุกสิ่ง
เป็นความจริง จริงแท้  ใช่เสกสรร
มีชีวิต  มีปัญหา เป็นนิรันดร์
สิ่งสำคัญ จะแก้ กันอย่างไร
ต้องรู้จัก  ปล่อยวาง  กันเสียบ้าง
มีทุกข์บ้าง  สุขบ้าง เป็นไปได้
อย่าแบกโลก คนเดียว  ให้เหี่ยวใจ
มันเกิดได้  มันดับได้ เป็นความจริง
ทุกชีวิต  ล้วนมี  ซึ่งปัญหา
อย่าอาสา  วิ่งแก้  เสียทุกสิ่ง
ปล่อยเสียบ้าง  วางบ้าง ชั่งใครติง
นี่คือโลก  ความจริง  มันต้องเป็น
ที่ช่วยได้  ช่วยไป  ตามกำลัง
ที่หนักหลัง เลี่ยงหลบ  ยามพบเห็น
เอ็นดูเขา  แต่เรา เศร้ารำเค็ญ
มันก็เป็น  หาทุกข์ มาใส่ตัว
จะช่วยใคร ช่วยไป ตามกำลัง
อย่าขึงขัง หาเหา  เอาใส่หัว
เหาของใคร  แก้ไป  เหาของตัว
อย่าเอาหัว  ใส่เหา จะเกานาน




สังคมจอมปลอม


สังคมจอมปลอม


  • หลายคนเฝ้าพร่ำหาสังคมที่ดี และจินตนาการไปต่างๆนาๆว่าสังคมที่ดีต้องเป็นแบบนั้นเป็นอย่างนี้ตามแต่ความต้องการของตัวเอง
  • ในขณะที่ทุกคนกำลังร้องหาสังคมที่ดี แล้วก็นั่งรอมัน รอว่าสังคมในอุดมคติของตนเองเมื่อไหร่จะเกิดขึ้นเสียที โดยละเลยไปว่า ตัวเองก็คือส่วนหนึ่งของสังคม คือสมาชิกคนหนึ่งของสังคม แต่ไม่พยายามที่จะสร้างสรรค์สังคมในภาพฝันนั้นให้เกิดขึ้น แต่เฝ้าเพรียกพร่ำร่ำหาให้สังคมอย่างนั้นเกิดขึ้น โดยที่ตัวเองนั่งรอวันนั้นอยู่เฉยๆโดยไม่คิดจะทำอะไรเลย



  • หลายคนเฝ้าพร่ำหาสังคมที่เท่าเทียม แต่ในขณะเดียวกันก็เหยียดหยามผู้อื่นที่ด้อยกว่า และยกตัวเองว่าสูงส่งกว่าดีกว่าผู้อื่น แล้วคุณจะเรียกร้องหาความเท่าเทียมไปทำไม่



  • การที่บางคนพร่ำเพ้อว่าเกลียดชังเผด็จการเกลียดชังความรุนแรง แต่ก็พร้อมที่จะใช้วิธีการเผด็จการที่รุนแรงโต้ตอบผู้ที่เห็นต่างอยู่ตลอดเวลา คนเหล่านี้แท้ที่จริงไม่ได้ต้องการความเท่าเทียมความเสมอภาคทางสังคม แต่ต้องการเสพอำนาจ ร้องหาอำนาจ เพื่อที่จะใช้อำนาจนั้นมาสนองตอบความต้องการของกลุ่มก้อนของตัวเองเท่านั้น



  • การที่ด่าคนอื่นว่าเป็นเผด็จการ แต่ในใจตัวเองก็นิยมวิธีเผด็จการเช่นกัน การที่ด่าทอคนอื่นเป็นอำมาตย์ แต่ตัวเองก็นิยมความสุขสบาย เกียรติยศชื่อเสียง ยกย่องจากคนอื่นอยู่ดี



  • ทั้งหมดนี้จึงเป็นเพียงแค่การหลอกลวง หลอกลวงสังคม หลอกลวงกระทั่งตัวเอง



  • สังคมที่ดีสำหรับผม คือ สังคมที่คนทุกคนในสังคมอาศัยอยู่ร่วมกันได้อย่างมีเกียรติ อย่างมีศักดิ์ศรี และมีความสุขร่วมกัน ไม่มุ่งทำลายหรือเบียดเบียนกัน



  • มิเช่นนั้นจะกลายเป็นสังคมจอมปลอม สังคมหน้ากาก หาความจริงใจไม่ได้